| พรบ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2542 เพื่อใช้แทน พรบ. การกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เกิดความสมดุลระหว่างการปรับปรุงประสิทธิภาพอันเนื่องมาจากการผูกขาด และการให้มีการตรวจสอบอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้มีการค้าและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ภายใต้พรบ. การแข่งขันทางการค้า ประเด็นการกำกับดูแลทางการค้าได้เปลี่ยนจากการควบคุมราคา เป็นการควบคุมการปฏิบัติของผู้ประกอบการ โดยปกติแล้วการกระทำใดๆ อันจะก่อให้เกิดการผูกขาดหรือลดการแข่งขันในการขายสินค้าหรือให้บริการจะถูกห้ามภายใต้ พรบ.นี้ ยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า โดย พรบ. การแข่งขันทางการค้า มุ่งเน้นป้องกันการพฤติกรรมที่จำกัดการแข่งขันทางการค้า เช่น (1) การใช้สถานะความเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดในทางที่ผิด (2) การรวมธุรกิจหรือซื้อกิจการ (3) การผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขันทางการค้าที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการตั้งแต่สองรายขึ้นไป (4) การจำกัดโอกาสของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้จำหน่ายในต่างประเทศ และ (5) การประกอบธุรกิจอันมิใช่การแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมโดยวิธีการอื่นๆ การกระทำการฝ่าฝืน พรบ. การแข่งขันทางการค้ามีโทษตั้งแต่การให้ยุติการกำจัดทางการค้าที่กระทำอยู่ จนถึงการบังคับให้มีการปรับโครงสร้างการดำเนินการ
พรบ. การแข่งขันทางการค้า กำหนดให้บริษัทที่กระทำการผูกขาดหรือกระทำการเข้าข่ายลดหรือจำกัดการแข่งขันทางการค้า ต้องยื่นเรื่องขออนุมัติกระทำการนั้นๆ จากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า โดยการกระทำใดๆ ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2542 จะต้องยื่นเรื่องขออนุมัติภายในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 คณะกรรมการบริษัทเชื่อว่าการกระทำของทรูวิชั่นส์ยังไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามพรบ. การแข่งขันทางการค้า ทรูวิชั่นส์จึงไม่ต้องทำเรื่องขออนุมัติใดๆ
วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2543 คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้พิจารณาตัดสินว่าการซื้อกิจการทรูวิชั่นส์เคเบิ้ล ในปี พ.ศ. 2541 ของทรูวิชั่นส์ และการปรับขึ้นค่าบริการร้อยละ 23 หลังจากการรวมกิจการของทรูวิชั่นส์ ไม่เข้าข่ายการกระทำผิดตาม พรบ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 โดยคณะกรรมการสรุปว่าทรูวิชั่นส์มีเหตุผลในการปรับขึ้นค่าบริการเนื่องจากมีปัญหาทางการเงิน และการประกอบการของทรูวิชั่นส์และทรูวิชั่นส์เคเบิ้ล ได้รับการพิจารณาว่าเป็นเสมือนกิจการเดียวกัน |